<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://mukdahan.prd.go.th/th/content/category/index/id/31</link>
<atom:link href="https://mukdahan.prd.go.th/th/content/category/index/id/31" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ยาเสียสาวกำลังเป็นประเด็น และเป็นที่จับตาของสังคม ณ ขณะนี้ แอดเลยอยากจะขอเตือนสาว ๆ จะกินอะไรก็ดูแลตัวเองกันให้ดี ๆ ระวัง! จะถูกมอมยา]]></title>
<link>https://mukdahan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/94141</link>
<guid isPermaLink="false">4fd199b5a6e4813978dbeb79dd1c44b0</guid>
<pubDate>Tue, 10 May 2022 13:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินถึงชื่อ ยาเสียสาว มาก่อน แต่ไม่รู้ว่าหมายถึงยาใด หรือยังไม่เข้าใจว่ามีอันตรายมากน้อยเพียงใด ยาเสียสาวในที่นี้ คือ สารเคมีที่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด โดยผู้ประสงค์ร้ายแอบลักลอบใช้กับเหยื่อ หวังก่ออาชญากรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเพื่อรูดทรัพย์ หรือล่วงละเมิดทางเพศ โดยมักใช้สารเคมี ดังต่อไปนี้</p>

<p>&middot; ยามิดาโซแลม (Midazolam) หรือชื่อการค้า โดมิคุม (Dormicum)</p>

<p>&middot; ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam)</p>

<p>&middot; ยาฟลูไนตราซีแปม (Flunitrazepam) หรือชื่อการค้า โรฮิบนอล (Rohypnol)</p>

<p>&middot; สารจีเอชบี (GHB = gamma-hydroxybutyrate)</p>

<p>&middot; ยาเค หรือ เคตามีน (ketamine)</p>

<p>คุณสมบัติที่ทำให้ยาเหล่านี้ถูกนำใช้ในทางที่ผิด</p>

<p>1. ผลของยาที่ทำให้เกิดอาการมึนงง ง่วงซึม ไม่มีสติ หรือสลบไปได้ รวมถึงยาบางตัวมีฤทธิ์คลายกังวล หรือทำให้รู้สึกเคลิ้มสุขคล้ายการดื่มแอลกอฮอล์</p>

<p>2. ออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว ไม่เกิน 30 นาที หลังจากรับประทานยา</p>

<p>3. สามารถละลายได้ดีในน้ำ ทำให้มีการนำยาเหล่านี้ไปละลายในเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้คนดื่มไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีการผสมยาลงไป ซึ่งหากใส่ไปในเครื่องดื่มพวกแอลกอฮอล์จะยิ่งเพิ่มการออกฤทธิ์ของยาเหล่านี้</p>

<p>4. มีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการสูญเสียความทรงจำไปชั่วขณะ จึงอาจทำให้เหยื่อไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้</p>

<p>&nbsp; &nbsp;ยาเหล่านี้อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตหากใช้เกินขนาด เนื่องจากมีฤทธิ์การกดการหายใจ จนเกิดอาการโคม่าเสียชีวิตได้ ดังนั้นเราควรระมัดระวังตัว และเรียนรู้วิธีการที่จะป้องกันตนเอง ไม่ดื่มเครื่องดื่มหรือรับประทานอาหารจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะหากอยู่ในสถานที่ไม่น่าไว้วางใจ โดยมีอาการเตือนที่บ่งบอกว่าอาจได้รับสารเหล่านี้ ดังนี้ อาการคลื่นไส้อาเจียน มึนงง เดินเซ หายใจลำบาก มีอาการคล้ายเมาสุรา แม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มไปเพียงเล็กน้อยจริง ๆ แล้วสารเหล่านี้ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เนื่องจากเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่มีการควบคุมการซื้อขาย แต่ในปัจจุบันพบว่ามีการลักลอบนำมาขายผิดกฎหมายโดยเฉพาะทางอินเทอร์เน็ต หากพบเห็นมาช่วยกันแจ้งเบาะแสกับทาง อย. ได้ที่สายด่วน อย. 1556</p>

<p>ที่มา : FDA Thai</p>

<p>.</p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3?__cft__[0]=AZVFyQFiAkx9mLSPUvRq8HnJyfxl8qghpXjaBXVoku3Rv5WaftKq2VQpBGzC8G_KZ57N8qN5oumc0ZzSIxzgzFICJK4laRa-_2IsXGiVQWEO2NVsRuVy0njqUgjOfEN2zaq60O6ACf1Xz65vTdwM5Bj1&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0" target="_blank">#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</a></p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7?__cft__[0]=AZVFyQFiAkx9mLSPUvRq8HnJyfxl8qghpXjaBXVoku3Rv5WaftKq2VQpBGzC8G_KZ57N8qN5oumc0ZzSIxzgzFICJK4laRa-_2IsXGiVQWEO2NVsRuVy0njqUgjOfEN2zaq60O6ACf1Xz65vTdwM5Bj1&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0" target="_blank">#ยาเสียสาว</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87?__cft__[0]=AZVFyQFiAkx9mLSPUvRq8HnJyfxl8qghpXjaBXVoku3Rv5WaftKq2VQpBGzC8G_KZ57N8qN5oumc0ZzSIxzgzFICJK4laRa-_2IsXGiVQWEO2NVsRuVy0njqUgjOfEN2zaq60O6ACf1Xz65vTdwM5Bj1&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0" target="_blank">#ผู้หญิง</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2?__cft__[0]=AZVFyQFiAkx9mLSPUvRq8HnJyfxl8qghpXjaBXVoku3Rv5WaftKq2VQpBGzC8G_KZ57N8qN5oumc0ZzSIxzgzFICJK4laRa-_2IsXGiVQWEO2NVsRuVy0njqUgjOfEN2zaq60O6ACf1Xz65vTdwM5Bj1&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0" target="_blank">#มอมยา</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7?__cft__[0]=AZVFyQFiAkx9mLSPUvRq8HnJyfxl8qghpXjaBXVoku3Rv5WaftKq2VQpBGzC8G_KZ57N8qN5oumc0ZzSIxzgzFICJK4laRa-_2IsXGiVQWEO2NVsRuVy0njqUgjOfEN2zaq60O6ACf1Xz65vTdwM5Bj1&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0" target="_blank">#ป้องกันตัว</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://mukdahan.prd.go.th/th/file/get/file/20220511ee0dc655da02e88747edcd64313856a3113222.jpg' type='image/jpg' length='35339' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเปิดได้มั้ย]]></title>
<link>https://mukdahan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/28392</link>
<guid isPermaLink="false">43c012c4f25809cb63f1eca2c14bfb01</guid>
<pubDate>Wed, 07 Jul 2021 13:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>

<p><meta charset="utf-8" /></p>

<p dir="ltr"><b id="docs-internal-guid-77c07ec9-7fff-ca41-df3f-f416a171968d">บทความ อ. ๒๖/๒๕๖๔</b></p>

<p dir="ltr"><b id="docs-internal-guid-77c07ec9-7fff-ca41-df3f-f416a171968d">วรรธนพงศ์ คําดี</b></p>

<p dir="ltr"><b id="docs-internal-guid-77c07ec9-7fff-ca41-df3f-f416a171968d">ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเปิดได้มั้ย</b></p>

<p dir="ltr"><b id="docs-internal-guid-77c07ec9-7fff-ca41-df3f-f416a171968d">ในการยื่นขอจดทะเบียนสมาคมกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เพื่อดูแลผลประโยชน์ในกลุ่มอาชีพ การขอให้ เปิดเผยรายละเอียดซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลของสมาชิกในกลุ่มสมาคมเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของกลุ่ม สมาคม จะทําได้มากน้อยแค่ไหน มาดูเรื่องนี้กัน</b></p>

<p dir="ltr"><b id="docs-internal-guid-77c07ec9-7fff-ca41-df3f-f416a171968d">นาย ก. มีหนังสือถึงสํานักงาน A ซึ่งมีหน้าที่กํากับดูแลเกี่ยวกับการยื่นขอจดทะเบียนเป็นสถาบัน ชาวไร่...ของสมาคมเพื่อการเกษตรภาค เพื่อจะตรวจสอบความถูกต้องของกลุ่มสมาคมนั้นว่ามีสมาชิกถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ สํานักงาน A เปิดเผยข้อมูลที่สมาคมนํามายื่นขอจดทะเบียน แต่ปฏิเสธการเปิดเผยเลขบัตรประชาชน และชื่อ - สกุลของสมาชิก เนื่องจากเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล นาย ก. จึงยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการ เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร</b></p>

<p dir="ltr"><b id="docs-internal-guid-77c07ec9-7fff-ca41-df3f-f416a171968d">คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ วินิจฉัยสรุปว่า ข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์คือ เลขบัตรประชาชนและชื่อ - สกุลของสมาชิกในแบบสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกสถาบันชาวไร่..ของสมาคมเพื่อ การเกษตรภาค... ที่ใช้ในการยื่นขอจดทะเบียน จํานวน ๘๑๗ ราย เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ตามมาตรา ๔ แห่ง พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ แต่เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์ในการตรวจสอบความถูกต้อง โปร่งใสในการขอจดทะเบียนเป็นสถาบันชาวไร่...แห่งใหม่ ซึ่งอยู่ในอํานาจหน้าที่ของสํานักงาน A และพิเคราะห์ถึงการ ปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของเอกชนประกอบกันแล้ว เห็นว่า แม้เป็นการ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล แต่มิได้เป็นการรุกล้ําสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลอื่นโดยไม่สมควร ตามมาตรา ๑๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงวินิจฉัยให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์โดยให้ สํานักงาน A กําหนดวิธีการให้ผู้อุทธรณ์เข้าตรวจดูเอกสารได้โดยห้ามพกพาหรือนําเครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อื่นใด ในการบันทึกภาพและเสียงขณะทําการตรวจดู</b></p>

<p dir="ltr"><b id="docs-internal-guid-77c07ec9-7fff-ca41-df3f-f416a171968d">มีข้อสงสัยการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หารือไปที่ สํานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๗ www.oic.go.th (ที่ สค ๙๕/๒๕๖๔) นายวรรธนพงศ์ คําดี ผู้อํานวยการส่วนส่งเสริมและเผยแพร่สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร</b></p>

<p dir="ltr"><b id="docs-internal-guid-77c07ec9-7fff-ca41-df3f-f416a171968d">&ldquo;ข้อมูลโปร่งใส ราชการไทยไร้ทุจริต&rdquo;</b></p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://mukdahan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/56</link>
<guid isPermaLink="false">68cbdc89df13de418dc13c421eb0b34e</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://mukdahan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://mukdahan.prd.go.th/th/file/get/file/2020071054cafa3a6d69c189cf2df3978fbdd435161258.png' type='image/png' length='149557' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://mukdahan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/57</link>
<guid isPermaLink="false">51b9c43a4e2fa165235f23d4e3504b16</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://mukdahan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://mukdahan.prd.go.th/th/file/get/file/20200630569a921378c35e813d988c61b9bf6e10153826.jpg' type='image/jpg' length='63764' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://mukdahan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/58</link>
<guid isPermaLink="false">a3217488a94150c665c2338d5bdbc8c1</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://mukdahan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://mukdahan.prd.go.th/th/file/get/file/202006302537debf5daaf74a069952aed1e24a94153856.jpg' type='image/jpg' length='74896' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://mukdahan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/59</link>
<guid isPermaLink="false">7babfebcacbbf4b292f70a4fed62ff1b</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://mukdahan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://mukdahan.prd.go.th/th/file/get/file/20200630575a0e0de5a669392530b24a2576fec4153756.jpg' type='image/jpg' length='58792' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://mukdahan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/60</link>
<guid isPermaLink="false">be4ee2e112c235b6488ac6a0d060a27e</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://mukdahan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://mukdahan.prd.go.th/th/file/get/file/20200630889d9bc9a6e3a6127248eebddeb8286e153929.jpg' type='image/jpg' length='63199' />
</item>
</channel>
</rss>
