20 กุมภาพันธ์ 2567 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ ว่าที่ร้อยตรีเอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ นายปิติณัช นิธิศธานี อดีตนายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอหว้านใหญ่ นายสถิตย์ พิสัยสวัสดิ์ หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร (ไซเตรส) พร้อมผู้นำท้องถิ่น ร่วมแถลงการอัญเชิญ “พระงา” กลับมาตุภูมิ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้านชะโนด อำเภอหว้านใหญ่
ว่าที่ร้อยตรีเอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ กล่าวว่า พระงา เป็นพระประจำวัดมโนภิรมย์ มีอายุกว่า 300 ปี ซึ่งเป็นพระที่แกะสลักลงบนงาช้าง (พระพุทธรูปปางมารวิชัย) 8 องค์ เดิมประดิษฐานอยู่ภายในหอพระของวัดมโนภิรมย์ ซึ่ภายในวิหารของวัดมีพระประธานและพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่หลายองค์ ประกอบด้วย พระองค์ตื้อ พระองค์แสน พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร และพระงา ที่ผ่านมาพระงาเคยถูกโจรกรรมไปหลายครั้ง แต่ผู้ที่ขโมยไปได้นำกลับมาคืนทุกครั้ง
สำหรับครั้งล่าสุดหายไปวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 และพบเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2567 โดยได้รับแจ้งจากสถานีตำรวจนครบาลบางนา ให้ทางตำรวจ สภ.หว้านใหญ่ ไปรับพระงา ซึ่งมีคนเอามาคืนให้ รวมระยะเวลที่หายไป 13 ปี การอัญเชิญกลับมาครั้งนี้ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอหว้านใหญ่ พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินทางไปรับจากสถานีตำรวจนครบาลบางนา
สำหรับการตามหา “พระงา” ที่หายไปครั้งล่าสุดหายไปวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 นายปิติณัช นิธิศธานี อดีตนายอำเภอหว้านใหญ่ เล่าว่า วันหนึ่งเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้วเมื่อครั้งที่เป็นนายอำเภอหว้านใหญ่ ขณะที่นั่งทำงานที่ห้องมีคนแก่ 2 คนมาขอพบบอกว่าเมื่อคืนฝันเห็นพระพุทธรูปงาช้าง วัดมโนภิรมย์ บ้านชะโนด ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ในฝันมีคนแก่บอกว่าถ้าอยากได้พระพุทธรูปงาช้างที่หายไปคืนให้ไปพบนายอำเภอหว้านใหญ่ จึงได้หาข้อมูลและทำเพจทวงคืนพระพุทธรูปงาช้าง และประสานกับทางกรมป่าไม้เพื่อหาข้อมูลงาช้างที่ขึ้นทะเบียนซึ่งมีข้อมูลงาช้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กว่า 300,000 งา มีรูปงาช้างกว่า 1,000,000 รูป จนทำให้มีข้อมูลในการติดตามจนได้คืนในครั้งนี้ รู้สึกดีใจมาก พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยติดตามและเชื่อว่า “พระงา” จะอยู่เป็นมิ่งขวัญของชาวอำเภอกหว้านใหญ่และจังหวัดมุกดาหาร ตลอดไป
นายสถิตย์ พิสัยสวัสดิ์ หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร (ไซเตรส) กล่าวว่ายินดีกับชาวอำเภอหว้านใหญ่ที่รักษาสิ่งล้ำค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างมา ซึ่งนับเป็นความมหัศจรรย์ที่ได้อัญเชิญพระงากลับมาตรงกับช่วงงานนมัสการพระธาตุพนม พอดี จากนี้ไปคำขวัญของอำเภอหว้านจะมีความสมบูรณ์ ดังคำขวัญที่ว่า “ แดนพระพุทธรูปงาช้าง พระปางไสยาสน์ หาดมโนภิรมย์เพลินตา โสภาแก่งกะเบา “
ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหว้านใหญ่ กล่าวว่า หากมีพิธีแห่อัญเชิญและสมโภชในช่วงสงกรานต์ก็จะนับเป็นฤกษ์งามยามดีที่พี่น้องประชาชนจะได้สรงน้ำและแสดงความยินดี
นายดวงเด่น วงศ์ราศรี อดีตกำนันตำบลชะโนด เล่าว่า “พระงา” หายในช่วงที่ตนเป็นกำนัน รับตำแหน่งได้ประมาณ 5-6 เดือน เมื่อกลางคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 และแจ้งความในเช้าวันรุ่งขึ้น (16 กพ 54)
นายดวงเด่น วงศ์ราศรี กล่าวถึงความเป็นมาของ พระงา ว่า เป็นงาของช้างชื่อ นาเคน ที่เจ้าเมืองเวียงจันทน์ได้พระราชทานให้พ่อคำสิงห์ ซึ่งเป็นผู้ครองเมืองชะโนดในสมัยนั้นได้ใช้เป็นพาหนะ และเมื่อช้างนาเคนล้มลง งาข้างหนึ่งเอาไปทูลเกล้าฯถวาย ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว( ร.3) ปัจจุบันงาข้างนั้นอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และอีกข้างหนึ่งอยู่ที่วัดมโนภิรมย์ โดยมีพระอุปัชฌาย์บุ นันทวโร ได้นำงาช้างที่ยังเก็บรักษาไว้ในวัดมโนภิรมย์ แกะเป็นรูปพระลงบนงาได้จำนวน 8องค์ จึงเรียกว่า "พระงา"
ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีเอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ กล่าวว่า ได้นำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดให้ทราบแล้วพร้อมแจ้งให้ชาวบ้านได้ทราบว่า การติดตาม “พระงา”มาได้ในครั้งนี้ใช้เวลานานมาก ในการส่งมอบให้กับทางวัด ได้กำหนดเงื่อนไข ไว้ 3 ข้อ คือ 1 การจัดสถานที่เก็บรักษาที่มีมาตรฐานและปลอดภัย 2 กำหนดรูปแบบการอัญเชิญและจัดพิธีสมโภชให้ประชาชนมีส่วนร่วมสมเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองโดยจะกำหนดวันตามความเหมาะสม และ 3 ให้มีระเบียบของทางวัด โดยในช่วงนี้จะเก็บรักษาพระงาไว้ที่ สภ.หว้านใหญ่ก่อน นำไปประดิษฐานที่วัดมโนภิรมย์ต่อไป.
ประวัติพระงา วัดมโนภิรมย์ บ้านชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
วัดมโนภิรมย์ บ้านชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เป็นวัดที่สร้างขึ้น โดยพระอุปัชฌาย์หอ และพระครูกัสสปะ ซึ่งพระเถระทั้งสองรูป เป็นที่ทรงเลื่อมใสศรัทธา ของเจ้ามหาชีวิตนครเวียงจันทน์ เมื่อครั้งที่ได้กราบทูลลากลับบ้านเกิดที่บ้านชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เจ้ามหาชีวิตนครเวียงจันทน์ ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องก่อสร้าง พร้อมช่างหลวงอีก 3 คน ล่องแพมาตามแม่น้ำโขง และได้ลงมือก่อสร้างโบสถ์และวิหารวัดมโนภิรมย์ เมื่อวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ปีมะเส็ง ตรงกับปี 2296 สร้างแล้วเสร็จในอีก 3 ปีต่อมา
ในระหว่างปี 2447 บ้านชะโนดได้เผชิญกับไฟป่าที่โหมกระหน่ำรุนแรงครั้งใหญ่ บ้านเรือนและวัดมโนภิรมย์ที่ก่อสร้างด้วยฝีมือช่างหลวงที่สวยงาม ถูกพระเพลิงเผาผลาญไปด้วย รวมไปถึง กุฏิ วิหาร ศาลาการเปรียญ พระพุทธรูป ตู้พระไตรปิฎก และสิ่งของมีค่าเก่าแก่ ล้วนถูกไฟไหม้เสียหายหมดสิ้น จากนั้นอีก 1 ปี ชาวบ้านได้นิมนต์พระอุปัชฌาย์บุ นันทวโร ซึ่งมีความสามารถด้านศิลปกรรมสถาปัตยกรรม ทำการซ่อมแซมปฏิสังขรณ์วัดมโนภิรมย์ ใช้เวลาซ่อมแซมนานถึง 6 ปี ในระหว่างนั้น พระอุปัชฌาย์บุ นันทวโร จึงได้นำงาช้างที่ยังเก็บรักษาไว้ในวัดมโนภิรมย์ แกะเป็นรูปพระลงบนงาได้จำนวน 8 องค์ เรียกว่า "พระงา" พระงา เป็นพระที่แกะจากงาช้างที่อยู่ในวัด ชื่อ ช้างเคน เป็นรูปพระ 8 องค์ พระพุทธรูปปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในหอพระของวัดมโนภิรมย์ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร
ตามประวัติ เดิมข้างพลายใหญ่ที่ชื่อเคน ซึ่งชาวบ้านได้นำมาถวายวัดโดยพระสงฆ์กับชาวบ้านช่วยกันเลี้ยงไว้เมื่อประมาณ 300 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบางตำนานได้เล่าไว้ว่าเป็นช้างที่ถูกพลัดมาตามน้ำ (เนื่องจากในสมัยนั้นท้องที่แห่งนี้ยังเป็นป่าดงดิบจึงพบเห็นสัตว์ป่าอยู่ เสมอ) และชาวบ้านได้ช่วยเหลือนำขึ้นมาจากน้ำและได้นำมาถวายวัดบางตำราได้กล่าวไว้ว่าช้างพลายใหญ่เป็นช้างหลวงที่ถูกน้ำพัดมาและชาวบ้านได้ช่วยเอาไว้ เมื่อเจ้ามหาชีวิตนครเวียงจันทน์ ทรงทราบ จึงได้ทรงประเคนมอบช้างหลวงเชือกดังกล่าว ถวายให้กับวัดมโนภิรมย์ จึงมีชื่อว่า"ข้างเคน" และได้เลี้ยงไว้เป็นช้างเลี้ยงของวัดมโนภิรมย์จนชั่วอายุขัย
ในสมัยที่ท่านอุปัชฌาย์หอยังมีชีวิตอยู่ ตรงกับในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ภายหลังที่ได้บรรพชาเป็นสามเณรจนกระทั่งอายุ 20 ปีจึงได้บวชเป็นพระ ศึกษาอยู่ที่วัดมโนภิรมย์ ท่านหอก็ได้เข้าไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ เมื่อท่านหอ ได้กลับมาเยี่ยมบ้านที่วัดมโนภิรมย์ ท่านหอจึงได้นำงาของช้างเคน 1 ข้างเข้าเมืองหลวง เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงผนวชเป็นพระภิกษุ เจ้าฟ้ามงกุฎอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหารซึ่งงาข้างที่ท่านหอได้นำลงมาถวายในยุคสมัยนั้น ปัจจุบันได้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครส่วน งาอีก 1 ข้าง ยังคงเก็บรักษาไว้ภายในวัดมโนภิรมย์ จนกระทั่งพระอุปัชฌาย์บุ นันทวโร ได้นำงาช้างเคนที่เก็บรักษาไว้ในวัดนำมาแกะสลักเป็นรูปพระเจ้า 8 พระองค์ ด้วยตัวท่านเอง ปัจจุบันยังคงประดิษฐานไว้ภายในวิหารวัดมโนภิรมย์ ให้ประชาชนได้สักการะบูชามาจนถึงบัดนี้
"พระงา"เป็นพระประจำวัดมโนภิรมย์ ที่เลื่องลือในเรื่องการบนบานศาลกล่าว ในเรื่องขอให้พบสิ่งของที่หาย และขอให้ มีหน้าที่การงานที่ดีรุดหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ต่างก็ประสบผลสำเร็จได้ตามที่บนบาน จนเป็นที่กล่าวขานไปทั่วสารทิศของประชาชนทั้งสองฝั่งโขง สิ่งของที่นำมาบนบานก็ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นหอผึ้งซึ่งชาวบ้านในท้องถิ่นต่างก็รู้จักกันดี
ข่าว/เรียบเรียง วันวิภา แพงแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร
ขอบคุณ ที่มาข้อมูลประวัติ "พระงา" จากอำเภอหว้านใหญ่
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร