จังหวัดมุกดาหาร แถลงผลการบูรณาการกำลัง ปราบปรามยาเสพติด-ไม้หวงห้าม รวบ 4 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้ากว่า 2.8 หมื่นเม็ด พร้อมไม้พะยูงของกลาง
.
วันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้ นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการแถลงข่าวการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและการตรวจยึดไม้หวงห้ามผิดกฎหมาย ณ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี บ้านบุ่งอุทัย หมู่ที่ 10 ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันของ พ.ต.ธนากร นาเหล็ก ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานเฉพาะกิจที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ร่วมกับ กองกุมภาพลังงานทางน้ำ/หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม (สถานีเรือมุกดาหาร) นายนที พรมภักดี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร
.
การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด จำนวน 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 1,836 เม็ด ต่อมาในวันที่ 16 กันยายน 2569 ได้ทำการขยายผลขยายเครือข่ายเพิ่มเติม จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาชายทั้งหมด 4 ราย ประกอบด้วย นายชูวงศ์ วงค์กระโซ่ อายุ 34 ปี ชาวอำเภอดงหลวง, นายพัทธพล เชื้อคำฮด อายุ 44 ปี ชาวอำเภอดงหลวง, นายณัทพงศ์ รุ่งปริยศรีสกุล อายุ 49 ปี ชาวอำเภอคำชะอี และนายวัชรพล ชาติชนา อายุ 28 ปี ชาวอำเภอนิคมคำสร้อย
.
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่ยังได้ร่วมกันตรวจยึดไม้พะยูงผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ จำนวน 3 ท่อน/เหลี่ยม คิดเป็นปริมาตรประมาณ 0.197 ลูกบาศก์เมตร
.
สำหรับของกลางทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้ในครั้งนี้ รวมเป็นยาบ้าจำนวนทั้งสิ้น 28,096 เม็ด แบ่งเป็นยาบ้าชนิดเม็ดสีแดง 27,823 เม็ด และชนิดเม็ดสีเขียว 273 เม็ด พร้อมยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด ได้แก่ รถยนต์กระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีเทาดำ ทะเบียน บบ 4580 กาฬสินธุ์ 1 คัน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เมอร์เซเดส-เบนซ์ สีขาว ทะเบียน กฉ 9284 มุกดาหาร 1 คัน, รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า โซนิค สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน และไม้พะยูงของกลางดังกล่าว
.
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้จัดทำบันทึกการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมจัดทำบัญชีของกลางที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนในท้องที่ ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป